[ BONE - EP1-2 ]

posted on 06 Jul 2014 17:29 by rika

 เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม

 

----------------------------------------------------------------------
 
...เรืออโทรพอสไม่เคยหลับ...
 
ไม่ว่าจะในตอนกลางวันหรือกลางดึกเช่นนี้.....'เขา' คามิล คอร์เนเลีย แพทย์หนุ่มประจำเรือมองออกไปนอกหน้าต่างจากห้องทำงานของตัวเอง แสงไฟจากบนเรือคงเป็นแสงสว่างเดียวท่ามกลางท้องมหาสมุทรที่เหยีบเย็น....เหมือนกับจะเป็นภาพสะท้อนของดวงจันทร์บนท้องนภา
 
คืนนี้ช่างเงียบ... เงียบสงบเกินกว่าจะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น เขาจึงตัดสินใจลุกออกไปสูดอากาศเย็นๆของลมทะเลในเวลากลางคืน ระหว่างที่กำลังเดินให้ลมปะทะกับร่างกายอยู่นั้น ก็เริ่มรู้สึกได้ว่า ลมค่อยๆแรงขึ้นเรื่อยๆ
 
ทำไมกันนะ..... พึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะคว้าราวจับแถวนั้นไว้เพื่อทรงตัว
 
ระหว่างนั้นเองที่ได้ยินเสียงดังแปลกๆ เสียงที่เกิดขึ้นด้านในเรืออย่างผิดปกติ ทำให้สัญชาตญาณในตัวร้องบอกว่ามันอันตราย นั่นไม่ใช่สัญญาณเตือนภัยให้หนี สำหรับหมอ สัญชาตญาณนี้มีไว้เพื่อให้เข้าไปช่วยเหลือคนอื่น ร่างในชุดกราวน์จึงวิ่งเข้าไปด้านในตัวเรือ ก่อนจะมองทางแยกอย่างช่างใจ
 
ซ้าย....
 
ความคิดแรกที่เข้ามาในหัว ทำให้เขาก้าวเดินออกมาทางฝั่งซ้าย แต่ทว่ายิ่งเดินยิ่งไม่พบเบาะแสอะไร จึงเดินไปจนถึงทางลงชั้น G ที่นั่นยามปกติมักมีผู้คนพลุผล่านแต่ไม่ใช่กลางดึกเช่นนี้
 
เสียงนั้นหายไปแล้ว....... เขามองรอบๆเหมือนจะตามหาต้นเสียงแต่มันก็ไม่มีเลย 
 
ตัดสินใจจะเดินดูอีกนิด เขาเลยเลือกเดินไปทางสระว่ายน้ำที่อาจจะมีเสียงเกิดขึ้นก็ได้ เขามองไปรอบๆ แต่ก็ไม่พบใครอยู่แถวนี้... ตอนนั้นเองที่เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นอีกครั้ง... ทำให้ร่างบางต้องก้าวถอยหลังช้าๆอย่างไม่ไว้ใจ

โครม!!

ร่างนั้นสะดุ้งสุดตัว แต่ไม่ทันแล้ว มัวแต่ระวังด้านหน้าทำให้เขาก้าวตกลงไปให้สระน้ำอย่างจังรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในน้ำเย็นของสระว่ายน้ำตอนกลางคืน นั่นทำให้เขาคิดถึงฉากเรือสำราญขนาดใหญ่ในหนังเรื่องไททานิคขึ้นมา

ระหว่างที่กำลังคิด ก็รู้สึกได้ถึงใครซักคน...... ใครซักคนที่ตัวใหญ่มากกำลังช้อนตัวเขาเอาไว้

ผมสีทอง..........

ความทรงจำที่ไม่น่าจนจำเท่าไหร่มักจะมาในเวลาที่วิกฤตเสมอ แค่จมน้ำเขาคงไม่ถึงกับจินตนาการณ์ถึงหมอนั่นขึ้นมาหรอก

 

"เป็นอะไรมากไหมคะ" เธอเอ่ยถามเมื่อวางเขาลงกับพื้น สีหน้าเป็นห่วงเป็นใย

รู้สึกตัวอีกทีก็ขึ้นมาที่ขอบสระซะแล้ว..... ผู้หญิงหรอกเหรอ นั่นเป็นสิ่งแรกที่เขาคิด

 

----------------------------------------------------------------------

 

"เอ่อ... ถามได้ไหมคะ..." หญิงสาวร่างใหญ่เอ่ยขึ้นอย่างไม่มั่นใจ "มาทำอะไรกันที่นี่เหรอคะ?"

แพทย์หนุ่มหน้าสงสัยเล็กน้อยก่อนจะสังเกตได้ว่ารอบตัวเขามีคนอื่นอยู่ด้วยอีก3คน 

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ......

หญิงสาวที่เพิ่งเอ่ยถามสวมชุดของลูกเรือที่เปียกโชกจากการพาคนหลายคนขึ้นจากสระน้ำ แค่เธอเพียงคนเดียวก็สามารถพาทุกคนขึ้นมาได้อย่างไม่มีทีท่าเหนื่อยอ่อน ไหนจะร่างสูงที่สูงยิ่งกว่าทุกคนในที่นี้ 

“ผมได้ยินเสียงแปลกๆน่ะครับ เลยออกมาดู ตอนนี้ทุกคนไม่เป็นอะไรใช่รึเปล่าครับ?” ชายหนุ่มในเสื้อกราวน์สีขาวบ่งบอกถึงสถานะของตนเอ่ยตอบเป็นคนแรก ก่อนจะหันมาดูคนอื่นๆด้วยสัญชาตญาณของแพทย์

ทุกคนท่าทางจะไม่มีใครบาดเจ็บอะไร แต่มีคนนึงในนั้นดูลุกลี้ลุกลนแปลกๆ เขาทำท่าเหมือนมองหาอะไรบางอย่างอยู่ ขณะที่ผมกำลังจะเอ่ยปากถามเขา พนักงานสาวก็ถามขึ้นมาซะก่อน

“รู้สึกว่าแถวนี้จะไม่ปลอดภัยเสียแล้วค่ะ...เอ่อ..คือว่า” เธอเงียบไปก่อนจะพูดต่อ “ถึงแม้ว่าฉันอยากจะดูแลคุณผู้โดยสารที่อยู่ตรงนี้..แต่ฉันคงต้องออกไปเดินตรวจตราหาเสียงที่ว่าเสียหน่อย ถ้าเป็นไปได้ คุณผู้โดยสารอย่าเพิ่งออกไปไหนมาไหนนะคะ อยู่บริเวณนี้ก่อน”

ในขณะที่ยังไม่มีใครได้ทันตัดสินใจอะไร คนที่ลุกลี้ลุกคนคนนั้นก็พูดแทรกขึ้นมาทันที

“ตามเธอไปก็ดีเหมือนกันนะ”

"อ๊ะ... จะมาด้วยกันเหรอคะ" คิ้วของหญิงสาวขมวดเข้าหากัน ดูเธอจะลำบากใจไม่น้อยที่ต้องพาผู้โดยสารไปเสี่ยงกับบางสิ่งที่แม้แต่ตัวเธอยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ในดวงตาสีฟ้าก็ฉายความโล่งอกอย่างเห็นได้ชัดในเวลาเดียวกัน ก็การปล่อยให้ผู้โดยสารอยู่นอกห้องพักของตัวเองในเวลากลางคืนแบบนี้ก็เป็นเรื่องที่ชวนให้ลำบากใจไม่ต่างกันเลย "งั้นก็...ระวังตัวด้วยนะคะ"

แล้วทุกคนก็ตกลงว่าจะตามเธอไปด้วย ซึ่งก็เป็นความคิดที่ไม่แย่เท่าไหร่ การที่ผู้ชาย4คนจะปล่อยให้เธอซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียวไปมันดูอันตรายเกินไป ถึงแม้.... จะเป็นผู้หญิงที่ตัวโตกว่าพวกเรา4คนก็เถอะ

 

ระหว่างทางพวกเราได้แนะนำตัวกันเล็กน้อย ทำให้ได้รู้ว่า พนักงานสาวคนนั้นชื่อ ฮิลด้า คนที่ออกความเห็นที่ให้ตามเธอมาคือ ดิห์ลวิน และอีก2คนที่เหลือ คนที่ตัวสูงกว่าชื่อ คาร์เตอร์ และตัวเล็กกว่าชื่อ ดิลลอน

ระหว่างที่พูดคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เจอมานิดหน่อย ก็ได้ยินเสียงดังขึ้นจากสระว่ายน้ำ เหมือนมีบางสิ่งหล่นลงไปในสระโดยแรง หญิงสาวในชุดพนักงานหันหลังกลับไปยังต้นเสียงอย่างรวดเร็วและกะทันหันเสียจนคนที่เดินตามเกือบจะชนเข้า

"รออยู่ตรงนี้สักครู่นะคะ" เสียงของเธอมีความเคร่งเครียดอย่างชัดเจนก่อนจะเดินไปที่สระน้ำตรงนั้น

ผิวน้ำนิ่งเรียบราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนที่จะมีเสียงแปลกๆดังขึ้นมา

แกรก แกรก

ทุกคนเริ่มขยับเข้ารวมกลุ่มกันราวกับจะระวังภัยจากเสียงแปลกประหลาดนั้น หญิงสาวขยับตัวลงไปดูใกล้ๆขอบสระ
 
พั่บ!!!

ระหว่างที่กำลังมองจ้องไปที่น้ำ มีบางอย่างลอยผ่านกลุ่มของพวกเราไป จังหวะเดียวกับที่ฮิลด้าหันมา

"ทางนั้นเกิดอะไรขึ้นรึเปล่าคะ" พูดไม่ทันจบก็มีเสียงดังแกรบขึ้นมาอีก

"...ทุกท่านคะ... ออกจากที่นี่กันเถอะค่ะ"

ทางหมอกับคาร์เตอร์เห็นตรงกันว่าควรเชื่อคำแนะนำของฮิลด้า แต่ทว่าเด็กอีก2คนคุยอะไรกันซักอย่าง

"ไม่เอา"

นั่นคือคำตอบที่ผ่านการปรึกษากันมาแล้ว

"ถ...ถ้านั่นเป็นความต้องการของคุณผู้โดยสารล่ะก็..." ฮิลด้าพูดอย่างหนักใจ

"ถ้างั้นผมว่าเราควรแบ่งกันตรวจสอบรอบๆนี้นะครับ” คุณหมอออกความเห็น ทุกคนพยักหน้าเบาๆยกเว้นก็แต่ดิลลอน

“เออ… ผมว่าไปกัน2คนดีกว่า เดี๋ยวผมจะไปดูที่ตู้ให้ว่ามีผ้าห่มที่ดิลห์วินหารึเปล่า….” ดิลลอนพูดพร้อมทั้งมองคนอื่นด้วย

คาร์เตอร์เพนชายร่างยักษ์ที่สุดตรงนั้น จึงอาสาไปดูที่ตู้เป็นเพื่อนดิลลอน และแน่นอนว่าดิลห์วินมาที่สระน้ำกับคามิล
 
ระหว่างที่หมอกำลังสำรวจในสระว่ายน้ำที่ผิดแปลก มีบางสิ่งบางอย่างตกใส่สระน้ำอีกครั้งหนึ่งตูมใหญ่จนทำให้น้ำกระเซ็นใส่เข้าเต็มๆ
 
!!!! คามิลตกใจ แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือมีเสียงโครมครามดังมาจากฝั่งของตู้ที่อีก2คนไปสำรวจ เขากับดิลห์วินจึงหันไปมองพร้อมกัน เห็นทั้ง2คนถูกขงตกใส่อย่างจัง ดิลห์วินกระตุกชายเสื้อหมอ2-3ครั้งเพื่อให้ไปช่วย2คนนั้นด้วยกัน
 
คาร์เตอร์กับดิลลอนดูท่าทางบาดเจ็บ แต่ดิลลอนกลับเป็นฝ่ายทักก่อน
 
"พวกคุณตัวเปียกนี่..” ดิลลอนหันกลับไปหาของในตู้ "ตรงนี้มีกระดาษหนังสือพิมพ์อยู่ถ้าเรามีไม้ขีดไฟสักก้านเราคงเผามันในถังพอให้พวกคุณตัวแห้งขึ้นได้ จะหักไม้กวาดทำฟืนสักหน่อยคงไม่เป็นไร..?”
 
อา......... คามิลตอบอะไรไม่ออก แต่เห็นว่าทั้ง2คนไม่เป็นอะไรมากแล้ว จึงหันกลับไปหาพนักงานสาวคนนั้น
 
“.. คุณพอจะมีไม้ขีดไฟไหมครับ?”
 
ยังไม่ทันได้รับคำตอบทุกคนก็ต้องหันเป็นทางเดียวกัน
 
ตู้ม!!
 
ดิห์ลวินที่แสนบ้าคลั่งอยู่ดีๆก็กระโดดลงไปในสระอย่างไม่กลัวเกรง
 
"อ๊ะ! คุณผู้โดยสาร!" !!ฮิลด้าท่าทางตกใจที่มีคนทำแบบนั้น ไม่รีรอให้มากความเธอกระโดดตามลงไปช่วย ก่อนที่คามิลจะถอดเสื้อกรานว์ออกซะอีก
 
ซักพักเธอก็พอร่างของดิห์ลวินขึ้นมาเอาผ้าสีขาวพันตัวดิห์ลวินไว้ไม่ให้ลุกมาเล่นพิเรนท์อีก แล้วมองหน้าคามิลด้วยสายตาเคร่งเครียด
"ห้ามก่อไฟในบริเวณที่ปิดทึบ พ...เพราะจะเป็นอันตรายค่ะ" 
 
คามิลพยักหน้ารับ ก่อนที่เธอจะหันควับไปอีกทาง คามิลจึงมองตามไป
 
"ค...คุณผู้โดยสารคะ! บอกว่าให้อยู่นิ่งๆก่อนไงล่ะคะ!" ฮิลด้าไม่พูดเปล่า เธอล็อกตัวของพวกเขาทั้งคู่ไว้ทันที
 
  กร็อบ

กึก

เธอล็อกตัวพวกเขาไว้ในวงแขนทั้งสองข้างแล้วจับหิ้ว จะได้ไม่เผลอทำร้ายตัวเองอีก
 
หมอหนุ่มถอนหายใจเบ่าๆกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้ายังเถียงกับเธอคนนี้ต่อไปล่ะก็ พวกเราคงจะโดนเธอหักกระดูกซะก่อน จึงชิงออกความเห็น

“ตามเธอไปเถอะครับ” เขาพูดกับชายอีกคนที่อยู่ข้างๆ ยังไงเขาก็คงทิ้งดิลลอน กับดิห์ลวินไปไม่ได้ ยิ่งสถานการณ์แบบนี้อยู่รวมกันไว้เยอะๆ
ย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่า

"เอ่อ...ทุกท่านคะ" หญิงสาวตัดสินใจพูดสิ่งที่ตนเป็นกังวลออกมา "ตอนนี้ท่าทางจะมีเหตุการณ์แปลกๆบนเรือ ถ้ายังไง กลับห้องกันไปก่อนน่าจะดี
กว่านะคะล...แล้วก็ มีคนบาดเจ็บด้วย"
ฮิลด้ากระชับอ้อมแขนให้ร่างทั้งสองไม่หล่นลงไปง่ายๆ "ฉันจะพาพวกเขาไปห้องพยาบาลเองค่ะ"
  "ผมจะไปด้วยครับ ยังไงซะผมก็ต้องเป็นคนดูคนเจ็บที่ห้องพยาบาล" คามิลตอบ ซึ่งคาร์เตอร์ก็ดูจะเห็นด้วย และตั้งใจจะไปด้วยกัน
 
ทั้ง5คนเดินตรงไปทางห้องพยาบาล ขณะนั้นเองก็มีคนวิ่งมาหาฮิลด้าท่าทางรีบร้อน ทั้ง2คนคุยอะไรบางอย่างก่อนที่ฮิลด้าจะหันมาคุยกับคนที่เหลือ
 
"อ...เอ่อ ขออภัยนะคะคุณผู้โดยสาร ตอนนี้ห้องพยาบาล...ไม่สะดวกแล้วล่ะค่ะ" เธอมีสีหน้ารู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด "ถ้ายังไง คุณผู้โดยสารกลับไป
ที่ห้องพักก่อนเถอะนะคะ เดี๋ยวฉันจะพาคุณผู้โดยสารทั้งสองท่านนี้ไปส่งที่ห้องเองค่ะ"

“เกิดอะไรขึ้นครับ” คำถามถูกตั้งขึ้นมาทันทีที่ฮิลด้าบอกแบบนั้น  หมอหนุ่มท่าทางร้อนรน เป็นเพราะเป็นห่วงห้องพยาบาลด้วย แล้วไหนจะคนที่
ผื่อจะเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นอีก “ทำไมเราถึงไปห้องพยาบาลไม่ได้เหรอครับ”

หญิงสาวมีท่าทีลำบากใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกถาม เธอเบนสายตาไปมองพนักงานอีกคนด้วยสายตาระแวดระวัง...และดูมีพิรุธ

  "ต...ตอนนี้ที่ห้องพยาบาลมีเหตุวุ่นวายเกิดขึ้นนิดหน่อยน่ะค่ะ..." ฮิลด้าเม้มปาก "ยังไงก็ให้คุณผู้โดยสารไปที่นั่นไม่ได้จริงๆ ด...ได้โปรดกลับไป
พักผ่อนที่ห้องของตัวเองก่อนเถอะนะคะ
! ต้องขออภัยในความไม่สะดวกจริงๆค่ะ"
 
ชายหนุ่มพนักงานที่เป็นคนมาส่งข่าวรีบพยักหน้าเพื่อช่วยสนับสนุนอีกแรงด้วยใบหน้าซีดเผือด
 
ดูท่าว่าไม่ว่าอย่างไร พวกเขาก็ไม่ต้องการให้ปที่ห้องพยาบาลแน่ๆ...
 
คามิลมีท่าทีสงสัย.... แต่ก็ต้องพยักหน้ารับ ถ้าเถียงกันต่อไปคงจะไม่ดีกับอีก2คนที่ถูกหิ้วอยู่เท่าไหร่
 
 
“ขอให้เทพีโชคชะตาคุ้มครองทุกท่านค่ะ” ฮิลด้าพูดทิ้งท้าย
 
 

----------------------------------------------------------------------
 
 
 
จบค่า เขียนในมุมมองของคามิล เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดแต่เป็นสิ่งที่คามิลรับรู้ค่ะ <3
 
ขอบคุณสต๊าฟและทุกคนที่มาเล่นด้วยกันในรอบนี้นะคะ
 
 
ปล. ไม่มีรูปประกอบเพราะวาดไม่ทันเลย เสียใจค่ะ Y - Y;;

Comment

Comment:

Tweet